วันจันทร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2558

สิ้นแล้ว!! หลวงปู่ผาด เกจิดังวัดบ้านกรวด บุรีรัมย์


สิ้นแล้ว!! เกจิดัง “หลวงปู่ผาด” เจ้าอาวาสวัดบ้านกรวด อ.บ้านกรวด มรณภาพอย่างสงบที่วัด หลังออกจากโรงพยาบาลบ้านกรวด ด้วยโรคชรา สิริรวมอายุได้ 104 ปี 85 พรรษา

เมื่อ 5 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระครูวิบูลย์ ปัญญาวัฒน์ หรือ หลวงปู่ผาด ฐิติปัญโญ พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่ง วัดบ้านกรวด ต.บ้านกรวด อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ได้มรณภาพแล้วอย่างสงบด้วยโรคชราที่วัดบ้านกรวด หลังถูกส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลรวมแพทย์สุรินทร์ ตั้งแต่เมื่อต้นเดือน ธ.ค.2557 ที่ผ่านมา หลวงปู่ผาด ได้ป่วยด้วยโรคชรามานานหลายปีมานี้อาการไม่ค่อยดี และเมื่อเช้าวันที่ 5 ม.ค.2558 พระลูกวัดและศิษยานุศิษย์ได้นำตัวหลวงปู่ผาดกลับมาที่วัดบ้านกรวด เพื่อทำพิธีสวดมนต์ต่ออายุขัยให้หลวงปู่ผาด จนกระทั่งเวลา 11.58 น.วันนี้ 5 ม.ค. หลวงปู่ผาดก็ได้มรณภาพอย่างสงบ โดยสิริอายุ 104 ปี 8 เดือน 2 วัน พรรษา 85 พรรษา นับเป็นพระสงฆ์ที่มีอายุมากที่สุดในจังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อเดินทางไปตรวจสอบที่วัดบ้านกรวด ก็พบว่าบรรดาพระสงฆ์และชาวบ้านกำลังจัดเตรียมสถานที่ เพื่อจัดพิธีศพของหลวงปู่ผาด กันอย่างขะมักเขม่น โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า มีพุทธศาสนิกชนได้เดินทางมากราบไหว้เป็นจำนวนมาก

นายเฉลิมพล นิรันดร์ปกรณ์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกรวด อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ หนึ่งในศิษยานุศิษย์ของหลวงปู่ผาด กล่าวว่า หลวงปู่ผาดได้ป่วยด้วยโรคชรามานานหลายปีมานี้อาการไม่ค่อยดี จนกระทั่งเมื่อต้นเดือน ธ.ค.2557 ที่ผ่านมา ได้ถูกนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลรวมแพทย์สุรินทร์ และกลับมาที่วัด จนกระทั่งเวลา 11.58 น. วันที่ 5 ม.ค. ก็ได้มรณภาพอย่างสงบ

หลวงปู่ผาด ท่านเป็นพระผู้มีวัตรปฏิบัติ เป็นไปเพื่อการดับทุกข์โดยแท้ มีความเพียรเป็นเลิศตลอดชีวิตของท่าน ตั้งแต่บวชได้พรรษาแรกก็ทุ่มเทแรงกายแรงใจมอบให้แก่ศาสนา มุ่งปฏิบัติ วิปัสสนากรรมฐาน และหลวงปู่ผาดยังเป็นพระที่รักสันโดษ ไม่ยึดติดในลาภยศสรรเสริญ พระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เป็นเนื้อนาบุญของพุทธศาสนา โดยแท้ ทุกลมหายใจเข้าออกท่านกำหนดจิตด้วยกรรมฐานมีสติอยู่เสมอ

ขณะที่ พระครูพิศาลสังฆกิจ เจ้าคณะอำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า เนื่องจากหลวงปู่ผาด เป็นพระเกจิที่พุทธศาสนิกชนเลื่อมใสศรัทธา ทางวัดได้พระราชทานน้ำหลวงอาบศพหลวงปู่ผาด พร้อมกับตั้งคณะกรรมการดูแลการตรวจสอบทรัพย์สินของหลวงปู่ผาด ที่มีทั้งวัตถุมงคลและปัจจัย ส่วนการบำเพ็ญกุศลศพของหลวงปู่ผาด จะมีพิธีสวดทุกวัน จากนั้นในวันที่ 15 ม.ค.58 จะมีพิธีบรรจุศพหลวงปู่ผาดไว้ในโลงแก้ว เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้

หลวงปู่ผาด ฐิติปัญโญ หรือ พระครูวิบูลย์ ปัญญาวัฒน์ เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 3 พ.ค.2454 จบ ป.4 เป็นชาวบ้านดู่ ต.ปราสาท อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ บุตรนายเอี้ยง กับ นางเตียบ ดิบประโคน มีพี่น้อง 4 คน หลวงปู่ผาดเป็นคนที่ 3 ขณะหลวงปู่ผาด อายุยังไม่ถึงขวบครอบครัวได้ย้ายมาอยู่ที่ ต.ปราสาท อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งได้บรรพชาบวชสามเณร เมื่อปี 2470 อายุ 15 ปี ที่วัดบ้านพลับ ต.ทุ่งมน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ บวชได้ 2 พรรษา ลาสิกขาบทไปช่วยบิดามารดาทำไร่ทำนา

ต่อมาปี 2476 ขณะมีอายุ 22 ปี ได้อุปสมบทบวชเรียนที่วัดบ้านกรวด อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ เมื่อครั้งอดีตสมัยท่านเป็นพระหนุ่มๆ ท่านได้ออกจาริกแสวงบุญไปยังที่ต่างๆ เพื่อศึกษาหาความรู้ทั้งทางพระเวทย์ วิชาแพทย์แผนโบราณต่างๆ ตามความเชื่อ และความนิยมของชาวพื้นบ้าน ในสมัยนั้น ได้ไปศึกษาเล่าเรียนเวทวิทยาอาคมที่จังหวัดอุดรมีชัย ถึง 3 ปี (ในสมัยนั้น จังหวัดอุดรมีชัย ยังเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทย ) จากนั้นท่านได้จาริกไปศึกษาหาความรู้จากครูบาอาจารย์ต่างๆ แทบจะทุกภาคของไทยและประเทศใกล้เคียง เคยธุดงค์ไปศึกษาวิชาอาคมที่นครวัต ที่ประเทศเขมร เป็นเวลา 8 ปี จนมีความรู้เจนจบในไสยเวททุกแขนง แตกฉานในวิปัสสนากรรมฐาน อย่างแจ่มแจ้ง ต่อมาเมื่อท่านมีอายุมากขึ้น ท่านได้รับถวายที่ดินจากชาวบ้าน จากนั้นท่านก็ได้บูรณะจากพื้นดินที่ว่างเปล่า จนเป็น “วัดตาอี” ให้เห็นเป็นรูปธรรมในปัจจุบัน

ต่อมา หลวงปู่หริ่ง เจ้าอาวาส วัดบ้านกรวด ได้มรณภาพลง ชาวอำเภอบ้านกรวด จึงได้นิมนต์ หลวงปู่ผาด มาเป็นเจ้าอาวาส แต่หลวงปู่ได้ปฏิเสธการเป็นเจ้าอาวาส วัดบ้านกรวด มาโดยตลอด แต่ในที่สุดท่านก็ทนแรงศรัทธาของญาติโยมไม่ไหว จึงต้องยอมรับ เป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านกรวด เมื่อพ.ศ.2495 ก็ได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบ้านกรวด จนถึงปัจจุบัน

หลวงปู่ผาด ท่านได้พัฒนา วัดสาขาของท่านถึง 4 แห่ง ก็คือ วัดตาอี,วัดบ้านปราสาท,วัดบ้านบึงเก่า และวัดบ้านกรวด เป็นรูปเป็นร่างมาจน ถึงปัจจุบันนี้ หลวงปู่ผาด วัดบ้านกรวด ท่านเป็นพระที่รักสันโดษ ไม่ยึดติดในลาภยศสรรเสริญ ท่านได้ปฏิเสธ ในการสร้าง วัตถุมงคล มาโดยตลอด แต่บรรดาศิษยานุศิษย์ได้รบเร้า หลวงปู่ว่า มีผู้เลื่อมใสศรัธา ในตัวหลวงปู่ ประสงค์อยากจะได้พระเครื่อง วัตถุมงคลของหลวงปู่ผาดไว้บูชา เพื่อเป็นสิริมงคล เป็นขวัญและกำลังใจในการดำเนินชีวิต หลวงปู่ท่านก็เลยอนุญาต ให้จัดสร้าง วัตถุมงคล ที่ออกมาภายใต้ชื่อ หลวงปู่ผาด

วัตถุมงคล หลวงพ่อผาด วัดบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ สายตรงจากวัด อาทิ พระเจ้าลิ้นทอง พระผงรูปเหมือน บูชา ล็อคเกต (ด้านหลังมีเกศา ,ตะกรุดสามดอก,ผงพุทธคุณ) พระเจ้าครอบเมือง พญาครุฑ (เนื้อพิเศษ) เนื้อผงปถมังผสมไม้มงคลเก้า,ผงจินดามณี,ไม้งิ้วดำ,ไม้งิ้วดำโรยผงเกสรดอกดาวเรือง,ว่าน ขุนแผนพรายกุมาร บูชา พระยอดขุนพล (เนื้อหัวเชื้อเนื้อผงตะไบ โรยเกศพระโบราณ ,ใบลานเผา) เหรียญรุ่นสร้างกุฏิ กุมารทองพรายเรียกทรัพย์ ท้าวเวสสุวัณ เนื้อโลหะรมดำ หลวงปู่ผาด พญาหมูมหาเฮง เนื้อผง ฝังตะกรุดโภคทรัพย์ 1 ดอก พญาหมูมหาเฮง เนื้อโลหะ ฝังตะกรุด 3 กษัตริย์ พระขุนแผนพรายกุมาร กรรมการ ตะกรุด 9 ดอก พระขุนแผนพรายกุมาร ตะกรุด 2 ดอก พระลักษณ์หน้าทอง เนื้อมหาว่านดำ พิมพ์เล็ก พระลักษณ์หน้าทอง เนื้อมหาว่านดำ พิมพ์ใหญ่ พระลักษณ์หน้าทอง เนื้อเกสร พิมพ์เล็ก พระลักษณ์หน้าทอง เนื้อเกสร พิมพ์ใหญ่ หนุมานพลิกดวงชะตา มหาอำนาจ



*************************


เรื่องโดย : ข่าวสดออนไลน์
เรียบเรียงโดย : เต้ มงคลพระ




วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2557

28 ธันวา 57 ร่วมสักการะสังขาร หลวงพ่อพูล ณ วัดไผ่ล้อม นครปฐม


พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ กิตติจิตโต หรือ หลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม เปิดเผยว่า ขอเชิญญาติคณะศิษยานุศิษย์ร่วมกราบสักการะสังขาร หลวงพ่อพูล พร้อมเปลี่ยนผ้าครอง และลงกระหม่อม ในพิธีเปลี่ยนผ้าครอง พระมงคลสิทธิการ หรือ หลวงพ่อพูล อัตตรักโข อมตะเถราจารย์แห่งวัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม ที่สร้างคุณูปการไว้มากมายในบวรพุทธศาสนาเป็นที่ประจักษ์ จวบจนเมื่อท่านละสังขาร สรีระของท่านไม่เน่าเปื่อย คงสภาพเดิมทุกประการ ทำให้ทุกวันนี้ บนศาลาการเปรียญที่ประดิษฐาน มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมากราบสังขารทุกวัน

ในวันอาทิตย์ที่ 28 ธ.ค.2557 ตั้งแต่เวลา 18.09 น. พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ ประธานมูลนิธิหลวงพ่อพูล จัดพิธีถวายสักการะสรีระหลวงพ่อพูล สวดพระพุทธมนต์ ประกอบพิธีสรงน้ำเช็ดตัว เปลี่ยนผ้าครองสังขารหลวงพ่อพูล ที่ศาลาการเปรียญวัดไผ่ล้อม

สำหรับพิธีลงกระหม่อม โดยในระหว่างเวลาดังกล่าว หลวงพี่น้ำฝน เปิดโอกาสให้ญาติโยมพุทธศาสนิกชน เข้ากราบสักการะสังขารหลวงพ่อพูลอย่างใกล้ชิด สามารถ ก้มกราบน้อมศีรษะจรดแตะไปที่ปลายเท้าเพื่อความเป็นสิริมงคล สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ วัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม โทร.08-7698-4777, 08-7151-7799


*************************

เรื่องโดย : ข่าวสดออนไลน์
เรียบเรียงโดย : เต้ มงคลพระ







วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ด่วน!! ไฟไหม้ "พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ" พระพันปี คู่สัมพันธ์ไทย-ลาว


เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 13 ธ.ค. พ.ต.อ.ปรีชา จะบัง ผกก.สภ.นาตาล จ.อุบลราชธานี ได้รับแจ้งจาก พระครูพุทธมาธิคุณ เจ้าอาวาส วัดพระโต บ้านปากแซง ต.พะลาน อ.นาตาล ว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในอุโบสถที่ประดิษฐาน พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ พระพุทธรูปปางมาวิชัย สร้างด้วยอิฐผสมปูนขาว ที่มีอายุกว่า 1,400 ปี!! จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.ถนอม สิริโรจน์ธนสาร หัวหน้าพนักงานสอบสวนและรถดับเพลิง อบต.พะลานเข้าร่วมระงับเหตุนานประมาณ 30 นาที เพลิงได้สงบลง

โดยจุดที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดคือ บริเวณที่ตั้งโต๊ะหมู่บูชาที่ให้ประชาชนใช้จุดธูปเทียนบูชาพระ โดยไฟได้ลุกลามไหม้พรมที่ปูพื้น รวมทั้งข้าวของที่ตั้งอยู่ด้านหน้าของพระพุทธรูปเสียหายทั้งหมด และควันไฟที่อบอยู่นาน ยังทำให้ภาพวาดที่ฝาผนังพระอุโบสถเสียหาย รวมทั้งมีเขม่าควันลอยไปติดตามตัวองค์พระจนเกิดเป็นคราบดำ แต่เปลวไฟไม่ได้สร้างความเสียหายให้ตัวองค์พระ และโครงสร้างอื่นๆ ของพระอุโบสถ สำหรับมูลค่าความเสียหาย ต้องรอผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณวัตถุมาตรวจสอบก่อน

พระครูพุทธมาธิคุณ ให้การว่า ช่วงหัวค่ำหลังพุทธศาสนิกชนพากันกลับหมดแล้ว พระเณรที่ดูแลพระอุโบสถที่ใช้ดิษฐาน พระพุทธรูปได้ปิดประตูโบสถ์ตามปกติ กระทั่งตกดึกพระเณรที่จำวัดอยู่ใกล้โบสถ์ได้กลิ่นควันไฟ จึงพากันลุกขึ้นมาดูและเห็นมีเปลวไฟในโบสถ์ จึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยดับไฟ

เจ้าหน้าที่สันนิษฐานสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ว่าน่า จะเกิดจากการดับธูปเทียนที่ประชาชนจุดบูชาไม่สนิท ทำให้เกิดเพลิงไหม้บริเวณพรมที่ใช้ปูให้ประชาชนนั่งกราบไหว้ ทั้งนี้ จะให้เจ้าหน้าที่แผนกพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบ เพื่อสรุปสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ที่ชัดเจนอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ วัดพระโต บ้านปากแซง ถือเป็นพระพุทธรูปที่ชาวไทย และชาวลาวให้ความเคารพศรัทธาเลื่อมใสเป็นอย่างมาก ตั้งประดิษฐานหันหน้าไปทางแม่น้ำโขง ทำให้ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปที่คอยปกปักดูแลประชาชน ที่ใช้พาหนะเดินทางทางเรือในแม่น้ำโขง สร้างขึ้นในราว พ.ศ.1154 โดยพระยาแข้วเจ็ดถัน

( ข่าวที่เกี่ยวข้อง http://mongkhonphra.blogspot.com/2014/04/2.html )



*************************


เรื่องโดย : ข่าวสดออนไลน์
เรียบเรียงโดย : เต้ มงคลพระ