วันพฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ครูบาดวงดี ยติโก อริยสงฆ์ล้านนา ที่มีอายุพรรษามากที่สุด


"หากไม่นับ ครูบาบุญปั๋น วัดร้องขุ้มแล้ว ครูบาดวงดี วัดบ้านฟ่อนนับได้ว่า มีจิตที่เย็นที่สุดในเชียงใหม่ล้านนาเรายุคนี้"

ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นคำพูดของ ครูบาเทือง นาถสีโล เจ้าอาวาสวัดเด่นสะหรีศรีเมืองแคน อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ที่มีความศรัทธาต่อ หลวงปู่ครูบาดวงดี ยติโก อันเป็นที่สุดของอริยสงฆ์ในแถบล้านนา ที่มีอายุพรรษามากที่สุด ถึงพร้อมด้วยจิตที่เป็นวิสุทธิจิต

"ดวงดี สมด้วง" เป็นชื่อและสกุลเดิมของ หลวงปู่ครูบาดวงดี ยติโก เป็นบุตรของพ่อด้วง แม่คำป้อ นามสกุล สมด้วง เกิดที่บ้านฟ่อน หมู่ ๒ ต.หนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่ เกิดเมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๕๗ มีพี่น้องร่วมท้องกันมามี ๔ คน คือ ๑.พ่อหนานเขียว ๒.แม่สา ๓.นางแฮ ๔.หลวงปู่ครูบาดวงดี ยติโก พอมีอายุได้ ๑๒ ปี พ่อด้วง แม่คำป้อ ได้พาเอาเด็กชายดวงดีมาฝากเป็นลูกศิษย์ ครูบาอินตา สุทธิโก ได้เข้ามาศึกษาเล่าเรียนกับท่านครูบาอินตาได้หนึ่งปี พออายุได้ ๑๓ ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณรได้ชื่อว่าสามเณรดวงดี สมด้วง โดยมีพระอธิการคำภีระ เป็นพระอุปัชฌาย์บวชให้ ณ ที่วัดวุฑฒิราษฎร์ (บ้านฟ่อน) เมื่อวันที่ ๑๙ เดือนมกราคม พ.ศ. ๒๔๗๑

เมื่อบวชเป็นสามเณรแล้วก็ไม่นิ่งดูดาย และได้ศึกษาพระธรรมวินัย ทั้งปริยัติธรรม จนสามารถสอบนักธรรมชั้นโทได้ อยู่ต่อมาพออายุได้ ๒๐ ปี ถึงวาระที่จะอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ในพระพุทธศาสนาแล้ว แต่แล้วสามเณรดวงดีได้เกิดอาพาธขึ้นมาเป็นเวลา ๕ ปี พอหายจากอาการอาพาธแล้ว อายุได้ ๒๕ ปี รู้สึกว่าสามเณรดวงดีสบายกายสบายใจแล้ว พ่อด้วง แม่คำป้อ และท่านเจ้าอาวาสก็ได้ปรึกษาหารือกันว่า สมควรแก่เวลา ที่จะอุปสมบทสามเณรดวงดี เป็นพระภิกษุได้แล้วจึงได้อุปสมบทให้เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ โดยมี เจ้าอธิการอินถา อริโย วัดท้าวบุญเรืองเป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการโอ๊ด อภิชโย วัดตองกายเป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการอินตา สุทธิโก วัดวุฑฒิราษฎร์ (บ้านฟ่อน) เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า ยติโก อุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดโพธิ (หนองควาย)

ขณะนั้นครูบาอินตาเป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านฟ่อนนี้ เมื่อปี ๒๔๗๒ -๒๔๙๒ ในสมัยนั้นมีพระอธิการคำมูล สิริวิชโย และครูบาดวงดี เป็นลูกศิษย์ หลังจากท่านครูบาอินตา มรณภาพลงก็มี พระอธิการคำมูล ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านฟ่อนแทนครูบาอินตาจนมาถึงปี ๒๕๒๕ พระอธิการคำมูล ได้มรณภาพลง หลวงปู่ครูบาดวงดี ยติโก จึงได้รักษาการแทนเจ้าอาวาสจนถึงปี ๒๕๓๒ หลวงปู่ท่านก็ได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบ้านฟ่อนเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันนี้

ครูบาดวงดีท่านเป็นพระนักพัฒนาและยังเป็นหมอยาแผนโบราณอีกด้วย โดยสมัยก่อนท่านทำยาแผนโบราณได้หลายอย่าง โดยท่านทำเองทั้งหมด ตั่งแต่ไปเก็บว่านสมุนไพรต่างๆ ในป่า แล้วนำมาคั่วและบดทำเองทุกขั้นตอน รักษาชาวบ้านหายมานักต่อนักแล้ว หลวงปู่ท่านเป็นพระที่ปฏิบัติตนอยู่ในศีลในธรรมอย่างเคร่งครัด และได้คอยอบรมสั่งสอนพระ เณรและศรัทธาญาติโยมของท่านอยู่มิขาด

ท่านเป็นพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบมีจริยาวัตรอันงดงาม และเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังรูปหนึ่ง ที่มีศรัทธาญาติโยมมาเคารพสักการบูชา อยู่มิขาดได้ทุกวันโดยมีศรัทธาญาติโยมจากต่างตำบล ต่างอำเภอ ต่างจังหวัดเดินทางมาขอพรและประพรมน้ำพระพุทธมนต์มิได้ขาด หลวงปู่ครูบาดวงดี ยติโก นับเป็นพระผู้มีอริยะคุณอันยอดเยี่ยมยิ่งที่หาได้ยากยิ่งแล้วในปัจจุบัน

วัดวุฑฒิราษฎร์ หรือ วัดบ้านฟ่อน ตั้งอยู่เลขที่ ๑๑๐ หมู่ ๒ บ้านหนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ดูรายเอียดประวัติวัด และประวัติครูบางดวงดีเพิ่มเติมได้ที่ "www.duangdeeyatigo.com" และ "www.watbanfon.com"


*************************

เรื่องโดย : คมชัดลึกออนไลน์
เรียบเรียงโดย : เต้ มงคลพระ


วันพุธที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2556

"เปี๊ยก ปากน้ำ" จัดงานประกวดพระเน้นคุณภาพ

นายเติมศักดิ์ ปิยะมณีพร (เปี๊ยก ปากน้ำ) ผอ.นิตยสารพระเครื่อง "นักเลงพระ" และ "มรดกฅนไทย" ผู้คลุกคลีอยู่ในวงการพระมานานกว่า ๓๕ ปี กล่าวว่า “เป็นเวลานับสิบปีที่ผมว่างเว้นจากการจัดงานประกวดพระเครื่อง หลังจากลงจากตำแหน่งประธานชมรมอนุรักษ์พุทธศิลปไทย ผมมีโอกาสไปร่วมงานประกวดพระอยู่บ่อยครั้ง เห็นว่างานประกวดพระในทุกวันนี้ได้เปลี่ยนแปลงจากเดิมไปมาก พระเครื่องยอดนิยมและทั่วไปหลายรายการไม่ได้รับการบรรจุอยู่ในรายการประกวดเหมือนดังแต่ก่อน อีกทั้งปัจจุบันการเล่นหาก็กว้างขวางขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก พระที่เคยถูกมองว่าเป็นพระท้องถิ่น พระย่อย ปัจจุบันกลับได้รับความนิยมในวงกว้าง ผมจึงได้จัดงานประกวดพระขึ้นในวันอาทิตย์ที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๖ นี้

โดยนิตยสารพระเครื่อง นักเลงพระ และ มรดกฅนไทย ณ อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (โซนเอ) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถนนแจ้งวัฒนะ โดยได้บรรจุรายการวัตถุมงคลของพระคณาจารย์ชื่อดังของแต่ละภูมิภาคเอาไว้ในรายการประกวดมากมาย อย่างที่ไม่เคยมีงานไหนทำมาก่อน นอกเหนือจากรายการพระกรุ พระเกจิยอดนิยม อย่างเช่นงานอื่นๆ มีรายการประกวดที่แตกต่างไปจากงานอื่นๆ หลายโต๊ะ อาทิ โต๊ะพระ จ.นนทบุรี, พระ จ.ปทุมธานี, พระ จ.พระนครศรีอยุธยา, พระ จ.ปราจีนบุรี-ฉะเชิงเทรา-นครนายก, พระหลวงพ่อเอีย วัดบ้านด่าน จ.ปราจีนบุรี, พระ จ.สระบุรี-ลพบุรี-อ่างทอง, พระ จ.สิงห์บุรี-อุทัยธานี-ชัยนาท, พระ จ.เพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์, พระภาคตะวันออก, พระภาคเหนือ, พระภาคใต้ และพระภาคอีสาน รวมทั้งสิ้น ๖๓ โต๊ะ ๒,๓๗๙ นอกจากนี้ยังมีรายการประกวด พระใหม่มาแรงแห่งยุค อาทิ หลวงปู่หมุน วัดบ้านจาน จ.ศรีสะเกษ, หลวงปู่บัว วัดศรีบูรพาราม จ.ตราด อีกด้วย...

อีกสิ่งหนึ่งที่ผมเห็นก็คือ เซียนพระรุ่นเก่าที่มีความสามารถได้ห่างหายไปจากงานประกวดหลายท่าน อาจจะด้วยเพราะไม่มีเวลา หรือสุขภาพไม่อำนวย หรือไม่มีใครนึกถึง ทั้งหมดนี้คือแรงบันดาลใจและจุดเริ่มต้นในการจัดงานประกวดพระครั้งนี้ โดยงานนี้ผมได้เชิญเซียนพระรุ่นเก๋า ฝีมือชั้นครูมาร่วมตัดสินด้วยหลายท่าน...ผมถือว่าการจัดงานประกวดพระครั้งนี้ เป็นการประกวดเพื่อส่งเสริมให้เกิดการอนุรักษ์และเผยแพร่เกียรติคุณของพระเครื่องแต่ละท้องถิ่นอย่างแท้จริง โดยจะเน้นเรื่องคุณภาพเป็นหลัก” สำหรับวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ คือ

๑.เพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งไปจัดสร้างเจดีย์ศรีบางไทร วัดหน้าต่างนอก จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อบรรจุอัฐิหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก
๒.เพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งสนับสนุนทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียน-นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์
๓.เพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งจัดสร้างพระพุทธรูป หน้าตัก ๕๐ นิ้ว มอบถวายวัดต่างๆ

สำหรับรางวัลต่าง ๆ มีดังนี้

- พระชนะเลิศยอดเยี่ยมคะแนนรวม จะได้รับพระบูชาสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) วัดระฆัง หน้าตัก ๙ นิ้ว และแหวนทองคำฝังหยกล้อมเพชร ๒๐ เม็ด มูลค่า ๖๐,๐๐๐ บาท

- พระชนะเลิศคะแนนรวมพระยอดนิยม จะได้รับพระบูชาสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) วัดระฆัง หน้าตัก ๙ นิ้ว และไอแพดมินิ 32 กิกะไบต์ (ไวไฟ + เซลลูลาร์)

- พระชนะเลิศคะแนนรวมพระทั่วไป จะได้รับพระบูชาสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) วัดระฆัง หน้าตัก ๙ นิ้ว และไอแพดมินิ 32 กิกะไบต์ (ไวไฟ + เซลลูลาร์)

- พระชนะเลิศยอดเยี่ยมประจำโต๊ะ จะได้รับเหรียญหล่อนั่งพาน หลวงปู่คำพันธ์ วัดธาตุมหาชัย รุ่น “สมปรารถนา ปี ๒๕๓๗”

- พระชนะเลิศแต่ละรายการ จะได้รับหนังสือ "พระเครื่องฅนไทย" โดย เปี๊ยก ปากน้ำ

พิเศษสำหรับผู้ที่ซื้อบัตรส่งพระ ๑๐ ใบ จะได้รับ พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ รุ่น “สมเด็จเมืองใต้” ปี ๒๕๕๒ เนื้อว่าน พิมพ์จัมโบ้ แผงจรยุทธ ๓๐๐ แจกของสมนาคุณรวม ๑๐ รางวัล (ติดต่อจองแผงได้ที่ เล็ก ลิโพ โทร.๐๘-๙๖๖๔-๕๙๙๐) งานนี้ไม่เก็บค่าผ่านประตู


*************************

เรื่องโดย : คมชัดลึกออนไลน์
เรียบเรียงโดย : เต้ มงคลพระ





วันอังคารที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2556

นักท่องเที่ยวโหวต "วัดโพธิ์" ติดอันดับโลก!!


วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
หรือ “วัดโพธิ์” ติดอันดับโลกผลโหวดเว็บไซต์ท่องเที่ยวยอดนิยม “ทริปแอดไวเซอร์” โดดเด่นอันดับ 1 ของไทย ติดอันดับ 8 ของทวีปเอเชีย พร้อมได้รับรางวัลสถานที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยว ขณะที่ นายเซบาสเตียน ปิเญรา เอเซนีเก ประธานาธิบดีชีลี ก็ได้เดินทางเข้าเยี่ยมชมความงดงาม เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2556 ที่ผ่านมา

พระสุธีธรรมานุวัตร (เทียบ สิริวณฺโณ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) กล่าวว่า ทางเว็บไซต์ TripAdvisor (ทริปแอดไวเซอร์ ) ซึ่งเป็นเว็บไซต์ท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้แจ้งมายังวัดว่า ในปี 2556 นี้ วัดพระเชตุพนฯ ได้รับการโหวตจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้เป็นอันดับ 8 จากสถานที่ท่องเที่ยวโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ 25 แห่งในทวีปเอเชีย 

โดยที่อันดับ 1 คือ นครวัด ประเทศกัมพูชา 
อันดับ 2 ทัชมาฮาล ประเทศอินเดีย 
อันดับ 3 ปราสาทบายน ประเทศกัมพูชา 
อันดับ 4 กำแพงเมืองจีน ประเทศจีน 
อันดับ 5 เจดีย์ชเวดากอง ประเทศพม่า 
อันดับ 6 วิหารทองคำ (วิหารหริมันทีร์) ประเทศอินเดีย 
อันดับ 7 พระราชวังแอมเบอร์ ประเทศอินเดีย
และ อันดับ 8 คือ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) ประเทศไทย

นอกจากนี้ยังมีสถานที่ในประเทศไทยติดใน 25 อันดับดังกล่าวอีกประกอบด้วย ได้แก่

อันดับ 10 พระบรมมหาราชวัง 
อันดับ 11 วัดอรุณราชวราราม 
อันดับ 12 วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) 
อันดับ 21 วัดพระธาตุดอยสุเทพ 

และเมื่อจัดอันดับเฉพาะในประเทศไทยนักท่องเที่ยวได้โหวตให้วัดพระเชตุพนฯ เป็นสถานที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์อันดับ 1 ของประเทศไทย

พระสุธีธรรมานุวัตร กล่าวต่อไปว่า เว็บไซต์ดังกล่าวยังมอบรางวัล Traveller’s Choice Attractions ซึ่งหมายถึงรางวัลสำหรับสถานที่ที่มีความน่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวให้วัดพระเชตุพนฯ ด้วย โดยรางวัลนี้มาจากการที่ ทริปแอดไวเซอร์ จะพิจารณาจากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเขียนบทวิจารณ์ และแสดงความคิดเห็นผ่านทางเว็บไซต์ จากนั้นจึงจะมีการพิจารณามอบรางวัลดังกล่าวให้ ซึ่งในปี 2556 นี้ มีสถานที่ใน 39 ประเทศทั่วโลกเท่านั้นที่ได้รับรางวัลนี้
พระสุธีธรรมานุวัตร กล่าวด้วยว่า ส่วนหนึ่งที่ทำให้วัดพระเชตุพนฯเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวน่าจะมาจากการที่ นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ได้เข้าเยี่ยมชม และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ภายในวัดพระเชตุพนฯ พร้อม นางฮิลลารี คริลตัน เมื่อช่วงเดือนพ.ย. 2555 จึงทำให้วัดพระเชตุพนฯ เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมากยิ่งขึ้น โดยในแต่ละปีได้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเข้าเยี่ยมชม ปีละไม่น้อยกว่า 3 ล้านคน 

ขณะเดียวเมื่อวันที่วันที่ 5 ต.ค. ที่ผ่านมา นายเซบาสเตียน ปิเญรา เอเซนีเก ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐชิลี และภริยา ก็ได้เดินทางเข้าเยี่ยมชมวัดพระเชตุพนฯ ในโอกาสที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล พร้อมกันนี้ทางวัดยังได้จัดพระสงฆ์เพื่อช่วยบรรยายเป็นภาษาอังกฤษให้แก่นายเซบาสเตียนอีกด้วย

สำหรับเว็บไซต์ ทริปแอดไวเซอร์ จัดเป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับการท่องเที่ยวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีจำนวนผู้เข้าชมมากกว่า 60 ล้านคนทั่วโลกต่อเดือน มีสมาชิกกว่า 44 ล้านคนทั่วโลก มีความความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานที่ต่างๆ กว่า 100 ล้านรายการ และในแต่ละปีเว็บไซต์นี้จะมีการจัดอันดับสถานที่ท่องเที่ยว เมืองที่น่าท่องเที่ยว โรงแรมที่น่าสนใจ ที่มาจากการให้คะแนนของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยจะมีการจัดอันดับทั้งในระดับโลก ระดับทวีป และระดับประเทศ


*************************


เรื่องโดย : ทีมข่าวมงคลพระ
เรียบเรียงโดย : เต้ มงคลพระ