วันเสาร์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2555

"มจร" เดินสายสานสัมพันธ์ เถรวาท-มหายาน

แม้นช่วงเดือนธันวาคมเป็นเดือนสุดท้ายแห่งปี ก่อนจะเข้าสู่เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ แต่งานเผยแพร่พระพุทศาสนาและการสานสัมพันธ์กับองค์กรพุทธด้วยกันทั้งภายในและต่างประเทศของ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ก็ไม่เคยหยุดยังคงเดินหน้าต่อไป เพื่อความสงบสุขสันติภาพให้เกิดขึ้นแก่ชาวโลก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานด้านต่างประเทศของ มจร ภายใต้การกำกับดูแลของ พระครูปลัดสุวัฒนวชิรคุณ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ ได้มีกำหนดเดินทางไปต่างประเทศเป็นระยะ อย่างเช่นล่าสุดระหว่างวันที่ 16- 19 ธันวาคม พร้อมคณะได้เดินทางไปร่วมสัมมนาเนื่องในเทศกาล “พระไภษัชยคุรุไวฑูรยะประภาราชพุทธเจ้า จอมราชันย์แห่งศาสตร์การแพทย์” ณ วัด Ling Quan Temple Wuhan Chinese โดยมีพุทธศาสนิกชนชาวจีนเข้าร่วมงาน กว่า 3,000 คน นับเป็นความร่วมมือของนักวิชาการพุทธเถรวาทและมหายาน


การจัดงานครั้งนี้ พระครูปลัดสุวัฒนวชิรคุณ พร้อมคณะได้เข้าร่วมกิจกรรมและหารือความร่วมมือเกี่ยวกับการเผยแผ่พระพุทธศาสนากับผู้นำหน่วยงาน องค์กร มากกว่า 10 ประเทศ

การจัดงานครั้งนี้ เป็นการยกย่องพระพุทธเจ้าในฐานะเป็นยารักษากายและใจของมนุษย์ ตั้งแต่การเกิดจนถึงตาย และชีวิตหลังความตาย การประชุมได้มีข้อสรุปเป็นอันเดียวกันว่า “พระพุทธเจ้าเป็นยารักษากายและใจของมนุษย์โดยความเอื้ออาทรช่วยเหลือมนุษย์ด้วยจิตที่เมตตาถึงแม้ว่าบางคนยังไม่เข้าใจถึงความปรารถนาดีของพระพุทธเจ้าแต่พระองค์ก็ไม่เคยท้อแท้ที่จะช่วยเหลือมนุษย์ให้พ้นจากความทุกข์ เมื่อมนุษย์ได้รับการช่วยเหลือจากพระพุทธเจ้าผู้ที่พ้นจากความทุกข์นั้นก็จะดำรงตนเพื่อความเป็นพระโพธิ์สัตย์ โดยการช่วยเหลือบุคคลอื่นต่อไป

พระไภษัชยคุรุไวฑูรยะประภาราชพุทธเจ้า จอมราชันย์แห่งศาสตร์การแพทย์ จะมีพระวรกายสีน้ำเงินประดุจดังท้องฟ้าที่กว้างใหญ่มหาศาล พระหัตถ์ขวาอยู่ในท่าภาวนา พระหัตถ์ซ้ายถือบาตรยา หรือ หม้อยา ลักษณะของพระพุทธรูปแบบนี้ถ้าในความเชื่อในประเทศไทยก็คือ “พระกริ่ง” ที่มีการสร้างขึ้นในประเทศไทยนั้นเอง ชาวจีนถือว่าพระพุทธเจ้าพระองค์นี้ เป็นจอมราชั้นแห่งศาสตร์การแพทย์ คือ ศาสตร์ที่พระศากยมุนีพุทธเจ้าทรงยกย่องว่าเป็นสุดยอดแห่งศาสตร์ทั้งปวง การแพทย์ทางพระพุทธศาสนานั้นจะเน้นการรักษาแบบองค์รวม เน้นความสัมพันธ์ของปัจจัยต่างๆ ของการรักษา ได้แก่ กาย วาจา ใจ โดยใช้ใช้สมุนไพรใบยา การภาวนา การสวดมนต์ การใช้ สมาธิจิต

ด้วยเหตุที่ความอ่อนแอในทางสุขอนามัยของสรรพสัตว์เป็นตัวขัดขวางการบำเพ็ญเพียรเพื่อสู่การหลุดพ้น เป็นเหตุให้พระไภษัชยพุทธเจ้าต้องเสด็จมาเพื่อโปรดสรรพสัตว์ ซึ่งชาวพุทธมหายาน เชื่อว่า พระองค์ทรงเข้าร่วมในกิจกรรมทางการแพทย์ทุกขั้นตอน พิธีกรรมในการปรุงยาพระองค์ทรงเป็นประธานและผู้ลงมือกระทำการเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุดแห่งยา ในการรักษา ส่วนการภาวนานั้น พระองค์ทรงประทานคาถาในการภาวนาเพื่อความเชื่อมั่น แน่วแน่เพื่อให้เกิดการมีสุขภาพที่ดี การทำสมาธิเพื่อน้อมอัญเชิญพระองค์เข้าสู่ตัวเรา หลอมรวมพระองค์กับเราให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ความเจ็บป่วยทั้งปวงจะถูกหลอมละลายเป็นอากาศธาตุ พระองค์และเราเข้าสู่ศูนยตาสภาวะ เราออกจากสมาธิในสภาวะว่างเปล่านั่นคือ โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ หายไปด้วย

ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันในวงการแพทย์อย่างกว้างขวางว่า สมาธิจิตเป็นยาวิเศษชนิดหนึ่งในการบำบัดความเจ็บป่วย การรักษาในแนวทางแห่งพุทธนี้ไม่เพียงได้ความสุขทางกายเพียงประการเดียว สมาธิจิตที่ได้เป็นยานพาหนะนำพาเราเข้าสู่การหลุดพ้น สู่ความเป็นพุทธะในที่สุด บังเกิดความสุขอันนิรันดร นี้เป็นความเชื่อที่ถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นของชาวพุทธในประเทศจีน

หลังจากเดินทางกลับจากประเทศจีน พระครูปลัดสุวัฒนวชิรคุณพร้อมคณะก็ได้เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจ ณ ประเทศพม่าทันที ระหว่างวันที่ 22-23 ธันวาคม โดยภารกิจวันแรก ได้เดินทางไปเยี่ยมศูนย์ฝึกอบรมเยาวชน ของ ITBMU ซึ่งมีเยาวชนมาปฏิบัติธรรมประมาณ 2,000 คน และมีอาสาสมัครมาช่วยงานดูแล และช่วยปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ระหว่างการอบรมอีกประมาณ 150 คน ซึ่งจัดฝึกอบรมเยาวชนเป็นประจำตลอดปี จำนวน 6 ครั้ง แบ่งเป็นการจัดอบรมใหญ่ 2 ครั้ง และครั้งย่อย อีก 4 ครั้ง และการอบรมครั้งเป็นการอบรมใหญ่ครั้งที่ 2 ประจำปี 2555

ในการนี้ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศได้กล่าวปาฐกถากับเยาวชน ในการให้กำลังใจ และกระตุ้นเยาวชนให้เห็นถึงความสำคัญของการเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี เป็นประชาชนที่ดีและมีคุณภาพของประเทศ ผ่านกิจกรรมการฝึกอบรมคุณธรรมเช่นว่านี้

วันต่อมาได้เดินทางไปเยี่ยมชมกิจกรรมของวัดฮองเมยโยน ปาฉาน เป็นวัดของชาวไทยใหญ่ มีการจัดกิจกรรมปาฐกถาธรรม โดย prof. Dr. Khammai Dhammasami จากนั้นได้มีการเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมสอนพระพุทธศาสนาในวันหยุด ของประเทศพม่า รวมถึงแนวทางการการวิจัยร่วมกันด้วย

*************************

ข่าวโดย : คมชัดลึก
เรียบเรียงโดย : เต้ มงคลพระ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น